แนวทางที่เร็วกว่าสำหรับในการอ่านหน่วยความจำควอนตัม

การเปลี่ยนแปลงการคำนวณที่เป็นได้ที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมคำสัญญาไว้นานนั้นขึ้นกับคุณลักษณะพิลึกที่เรียกว่าการทับซ้อน พูดอีกนัยหนึ่ง qubits สามารถใช้อีกทั้งสถานะโลจิคัล 0 รวมทั้ง 1 พร้อมข้างบนสุดของค่าอะไรก็แล้วแต่ในระหว่าง ด้วยความชำนิชำนาญสำหรับในการซ้อนหน่วยความจำควอนตัมทั้งผองคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเร็วซึ่งจะต้องใช้เวลาสำหรับในการคำนวณเยอะเกินไปจากคอมพิวเตอร์ธรรมดาสถานที่สำหรับทำงานด้วย 0s และก็ 1s

แม้กระนั้น qubits มีความหวั่นไหวแล้วก็ตอนนี้มีข้อมูลควอนตัมน้อยกว่าหนึ่งไม่ลลิวินาทีในแต่ละครั้งหากแม้เมื่อถูกแช่แข็งที่อุณหภูมิจะเย็นกว่าด้านมืดของพระจันทร์ สำหรับการดึงข้อมูลที่มีคุณประโยชน์อะไรก็ตามแนวทางการอ่านข้อมูลที่ได้รับมาจาก qubits จำเป็นต้องใช้เวลาต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

Joni Ikonen นิสิตปริญญาเอกของ Aalto University ได้ปรับปรุงกรรมวิธีใหม่ที่ช่วยสำหรับเพื่อการทำแบบนั้น จนกระทั่งเดี๋ยวนี้แนวทางที่ใช้เพื่อการอ่านข้อมูลที่ได้มาจาก qubit ได้แก่การใช้พัลส์ไมโครเวฟสั้นๆกับวงจรตัวนำยิ่งยวดที่มี qubit แล้ววัดไมโครเวฟที่สะท้อนกลับ ภายหลัง 300 ท้องนาโนวินาทีสถานะของ qubit สามารถอนุมานได้จากความประพฤติปฏิบัติของสัญญาณที่สะท้อนออกมา

แนวทางการใหม่นี้ใช้คลื่นไมโครเวฟเสริมในขณะเดียวกันกับควิบิตเองรวมทั้งวงจรที่ใกล้กับควิบิต ด้วยการใช้พัลส์สองผู้แทนที่จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคณะทำงานของ Aalto สามารถทำให้ชีพจรที่สะท้อนออกมาเปิดเผยสถานะ qubit ได้เร็วกว่าเมื่อพวกเขาใช้พัลส์เพียงแต่ครั้งเดียว

คำชี้แจงภาพ: สถานะควอนตัมสองสถานะซึ่งแสดงด้วยลูกศรสีแดงแล้วก็สีน้ำเงินแยกจากกันได้เร็วขึ้นและก็สามารถอ่านได้เร็วขึ้นเมื่อระบบมีคลื่นไมโครเวฟสองตัว

‘พวกเราสามารถอ่านข้อมูลใน 300 nanoseconds สำหรับการทดสอบทีแรกของพวกเราได้ แต่ว่าพวกเรารู้สึกว่าการไปต่ำยิ่งกว่า 100 nanoseconds นั้นอยู่ใกล้ๆ”Joni Ikonen กล่าว

ด้วยการแก้ไขความเร็วแล้วก็ความถูกต้องแน่ใจของข้อมูลที่ดึงมาจาก qubits นักวิทยาศาสตร์บางทีก็อาจจะสามารถใกล้การตระหนักถึงคำมั่นสัญญาของการคำนวณควอนตัมที่มีสาระ

‘นี่ได้ผลลัพธ์ที่น่ามหัศจรรย์สำหรับในการทำให้ไถลเป็นลำดับ ฉันหวังว่ามันจะช่วยทำให้ชุมชนในอนาคตเข้าถึงควอนตัมโอฬารสูงที่สุดรวมทั้งการปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องซึ่งเป็นทางสู่คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีคุณค่าในทางปฏิบัติ “ดร. Möttönenผู้ดูแลการทำงานร่วมกับดร. แจนเก็ทซ์กล่าว